หน่วยงานที่รับผิดชอบ  " มูลนิธิกระจกเงา"

เกี่ยวกับกระจกเงา


การก่อตั้ง (2534)

       เริ่มต้นจากคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน ในปลายปี 2534 ซึ่งประกอบด้วยนักกิจกรรมในรั้วและนอกรั้วมหาวิทยาลัย ได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรมทางการเมืองหลังช่วงการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช) โดยในขณะนั้นใช้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา และได้ขอเข้าอยู่เป็นโครงการภายใต้มูลนิธิโกมลคีมทองในปี 2535

   

 

กิจกรรมในช่วงเริ่มต้น (2534-2540) 
         จะเป็นกิจกรรมด้านการละครเพื่อสังคม และ การจัดกิจกรรมค่ายเด็กและเยาวชน โดยดำเนินกิจกรรมไปตามโรงเรียน ชุมชน ทั่วประเทศ ในแต่ละปี จะมีการแสดงระหว่าง 100-150 รอบ และ กิจกรรมค่าย 10-30 กิจกรรม

 

แนวคิดในการใช้ไอซีทีเพื่อการพัฒนา ( 2538 )
      
ในช่วงนั้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC และ Modem ได้เริ่มแพร่หลายในหมู่ประชาชน ทำให้ระบบข้อมูลและการสื่อสารเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ช่วงเวลาดังกล่าวทางกลุ่มฯ ได้ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่ง ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยี IT ในสังคมไทย และนี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้เราได้เริ่มต้นศึกษาและพัฒนางานด้าน ICT โดยเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนไทยรายแลกที่ได้จัดทำเวบไซค์ขึ้นในชื่อ www.thebangkok.com  และ ได้พยายามส่งเสริมการใช้ ICT ในงานพัฒนาสังคม

 

เคลื่อนย้ายสู่เชียงราย (2541)
     
       ทีมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจำนวน 11 คน จาก 20 คน ได้ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีการทำงาน โดยได้ทำการปิดสำนักงานที่กรุงเทพ และเคลื่อนย้ายองค์กรลงในพื้นที่เชียงราย โดยเลือกพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เป็น "ห้องปฏิบัติการทางสังคม" จนก่อให้เกิดโครงการนวตกรรมทางสังคมจำนวนมาก อาทิเช่น

ศูนย์เด็กรู้เอง

โครงการค่ายบำบัดยาเสพติดในชุมชน
โครงการเด็กดอยสัญชาติไทย www.tobethai.org
โครงการร้านค้า Online www.ebannok.com
โครงการสถานีโทรทัศน์หมู่บ้าน หรือ บ้านนอกทีวี www.bannoktv.com
โครงการท่องเที่ยวชนเผ่า www.hilltribetour.com
โครงการพิพิธภัณฑ์ชนเผ่า www.hilltribe.org
โครงการครูบ้านนอก www.bannok.com/volunteer/
โครงการนักศึกษาบ้าฝึกงาน www.bannok.com/intern/ 

โดยได้เปลี่ยนชื่อเวบไซด์จาก www.thebangkok.com เป็น www.bannok.com (บ้านนอก.คอม)

   

เปิดสำนักงานที่ กทม อีกครั้ง (2546) 

ภายหลังการทำงานในห้องปฏิบัติการทางสังคมที่จังหวัดเชียงราย เราเข้าใจถึงการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาเมืองกับชนบท และ ความสำคัญของการขับเคลือนในเชิงนโยบายที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพื้นที่การผลักดันอยู่ในส่วนกลาง รวมถึงการขยายความคิดการทำงานของกลุ่มฯ จากพื้นที่เล็ก ๆ ในตำบลแม่ยาว ให้กระจกเงาการทำงานออกสู่ภายนอกพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะงานส่งเสริมอาสาสมัคร

 

โดยโครงการในช่วงแรก ได้แก่

โครงการส่งเสริมไอซีทีเพือการพัฒนา
โครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย
โครงการ TV4KIDS

 

ศูนย์อาสาสมัครลับแล (2549)

    

เหตุการณ์น้ำท่วมโคลนถล่ม ในเขตภาคเหนือตอนบน เมื่อวันที่ 22-23 พฤษภาคม 49
ทำให้มีผุ้เสียชีวิต บาดเจ็บ และ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน และ ทรัพย์สินของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้น ถือว่าเป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่นับจากเหตุการณ์สึนามิ ทางมูลนิธิกระจกเงา ได้รวบรวมอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่สำนักงานกรุงเทพ เชียงราย และ พังงา ที่มีประสบการณ์งานอาสาสมัครและจัดการภัยพิบัติเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยภาระกิจหลักคือ การขุดโคลนและเคลื่อนย้ายซากต้นไม้ที่ถมบ้านชาวบ้านออกมา รวมถึงการทำกิจกรรมเด็กในบ้านพักชั่วคราวของผู้ประสบภัย และได้ปิดศูนย์อาสาสมัครลับแล เมือดำเนินการช่วยเหลือได้ 9 เดือน มีอาสาสมัครกว่า 2 พันคน ที่ร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้

                                                                

ศูนย์ระนอง
       
       สืบเนื่องจากเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้  เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายชีวิตได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มคนไร้สัญชาติ จากการลงปฏิบติงานในพื้นที่ประสบภัยของมูลนิธิกระจกเงา ทำไให้เราได้พบกับปัญหาที่สำคัญ ในพื้นที่ แถบฝั่งทะเลอันดามัน แม้ว่าจากการปฏิบัติงานพบกว่ามีหลายหน่าวยงานทั้งใน และต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือในหลายรูปแบบ แต่ "ปัญหาการไม่ได้รับสัญชาติ" ยังคงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ
 โดย "โครงการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิ และสถานภาพบุคคลของชนกลุ่มน้องผู้ประสบภัยสึนามิ" จึงเกิดขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจในเรื่อง"ไร้สัญชาติ" ให้กับสังคม พร้อมการทำงานบนความร่วมมือของภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน นโยบายภาครัฐ และภาคท้องถิ่น ให้เข้ามาดูแลเรื่อง "สัญชาติ" อย่างจริงจัง  เพื่อให้บุคคล 6 จังหวัดภาคใต้ได้รับสัญชาติอย่างถูกต้อง
http://www.tobethai.org/index-south.php


ความหมายของ 3 สร้าง 

 

สร้างคน (นักกิจกรรม)      สร้างนวตกรรม     สร้างการเปลี่ยนแปลง



 

ทำไมต้องสร้างคน?
             ด้วยความเชื่อว่า ปัญหาสังคมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีปริมาณมากมายเกินกว่าคนเล็ก ๆ เพียงไม่กี่คนจะแบกรับไว้ได้ และธรรมชาติของปัญหาสังคมไม่มีทางหมดไป พันธะกิจในการสร้างคนจึงเป็นเหมือนเงาของปัญหาที่ล้อไปกับปัญหาทางสังคม จากรุ่นสู่รุ่น เป็นสายธารที่ไม่จบสิ้น ปัจจุบันมูลนิธิกระจกเงาได้มีอาสาสมัครในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการเข้ามามีส่วนร่วมต่อกิจกรรมทางสังคมนับหมื่นคน ในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา

 

ทำไมต้องสร้างนวตกรรมทางสังคม?

สังคมมันซับซ้อน ปัญหาก็เช่นเดียวกัน การวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการแก้ปัญหาสังคมและสร้างการมีส่วนร่วมจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำให้สอดคล้องกับปรากฎการณ์ทางสังคมด้วย การทำกิจกรรมดี ๆ นั้นเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับเวลาและบริบททางสังคม และหากเรานิ่งเฉยต่อการศึกษาและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาสังคมแล้ว นักกิจกรรมทางสังคมอาจทำได้แค่รู้สึกดีที่ได้ทำงานเพื่อสังคม แต่แก้ปัญหาสังคมไม่ได้ 

 

 

ทำไมต้องสร้างการเปลี่ยนแปลง? 

      เมื่อมีนักกิจกรรม มีนวตกรรมทางสังคมแล้ว การเปลี่ยนแปลงคือเป้าหมายที่แท้จริง การทำงานเพื่อที่ตนเองจะได้มีอะไรดี ๆ ทำ นั้นเป็นแค่การทำงานเพื่อให้นักกิจกรรมหรือองค์กรนั้นดูมีคุณค่า แต่มันจะไม่ใช่คุณค่าของสังคม หากมันไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้