มนต์เพลงบ้านจะโต๊ะ



 "สายลมหนาวพัดโบกโบย
พริ้วดูแล้วสวยใสใส
เย็นลมเย็นไหวไหว สวยงาม"
จู่ๆ เสียงกีตาร์และเสียงเคาะขวดเคาะแคร่ที่คึกคะนอง ก็เปลี่ยนมาเป็นเสียงบรรเลงเพลงที่พริ้วแผ่ว
เคาะขวดเคาะแคร่ที่คึกคะนอง ก็เปลี่ยนมาเป็นเสียงบรรเลงเพลงที่พริ้วแผ่ว เมื่อครูบ้านนอกท่านหนึ่งเริ่มครวญเพลงนี้ขึ้นมา
ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่แฟนคลับตัวเบ้งของศิลปินเพลงเพื่อชีวิตอย่างคุณ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ แต่ก็เคยได้ยินได้ฟังเพลงนี้อยู่บ้าง หากว่าครั้งนี้จะต่างกว่าทุกที และได้อารมณ์ต่างจากทุกๆ ครั้ง ที่เคยฟังมา แม้ในตอนแรกๆ เนื้อเพลงที่เหล่าครูบ้านนอกร่วมกันร้องจะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ก็พอถูไถร้องได้จนจบเพลง
วินาทีนั้น แม้จะเป็นช่วงบ่ายจัดๆ ทว่าฉันกลับรู้สึกได้ถึงสายลมไหวที่พริ้วพรายผ่านตัว เผลอมองผู้คนรอบข้างที่ยืนบ้างนั่งบ้างรายล้อมตัว อดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกได้ว่าเมื่อสามวันก่อน เราต่างเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่เผอิญเดินทางมาสู่ที่หมายเดียวกัน "บ้านจะโต๊ะ"
"บ้านอยู่ไกลทุรกัน..
ดาร  โรงเรียนอยู่หลังเขา
มีแต่เราพวกเราไม่มีใคร
ยามร้อนแสนร้อน ยามหนาวก็หนาวถึงใจ
ไม่มีผ้าห่มคลุม..กาย"
   ฉันหันไปมองรอบๆ ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านจะโต๊ะ หมู่บ้านเล็กๆ บนดอยสูงแห่งอำเภอแม่อาย ที่รวมชนเผ่าพื้นเมืองลาหู่ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า "มูเซอ" กันดารหรือไม่ เอาเป็นว่า ถ้าเดินทางหน้าฝนอาจใช้เวลากว่
าค่อนวัน เส้นทางคดเคี้ยวเต็มไปด้วยหลุมลึกตลอดสาย ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล ชวนให้หายใจไม่ออก ไม่มีระบบไฟฟ้านอกจากแผงโซล่าร์เซลล์ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ตกกลางคืนมีเพียงแสงเทียน แสงจันทร์ และแสงดาว

นอกจากส่วนบ้านพักอาศัยแล้ว ที่นี่ก็มีโรงเรียนหนึ่งแห่ง และหนึ่งห้องเท่านั้น! ขนาดของห้องเรียน อืม..คงจะเท่ากับคอนโดขนาดสองห้องนอนในเมืองกรุง! หลายคนอาจอุทานอื้ออึงในใจคิดว่าห้องเรียนขนาดเท่าคอนโดสองห้องนอนนี่ไม่เล็กแล้ว!! แต่เดี๋ยวก่อนนะคะ ไอ้หนึ่งห้องเรียนที่ฉันว่า มันประกอบไปด้วยโต๊ะเรียนตัวยาวไม่กี่ตัวสำหรับเด็ก ร่วม 60 ชีวิต ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึง ป.5 เด็กทุกคน ทุกชั้นใช้ห้องเรียนร่วมกัน แม่เจ้า! เท่านั้นยังไม่พอ ด้านหลังห้องเป็นส่วนที่เรียกว่าห้องปรุงอาหาร กับอีกหนึ่งห้องเล็กๆ ที่แลดูคล้ายห้องเก็บของ ที่ภายหลังพวกเราเหล่าครูอาสาได้รู้ว่ามันคือห้องนอนของ "ครูกุ้ง " คุณครูประจำเพียงคนเดียวของโรงเรียนบ้านฯะโต๊ะแห่งนี้
 ส่วนห้องน้ำ ไม่มีค่ะ! หากปวดห้องน้ำ เด็กและครูจะต้องไปใช้ห้องน้
ำในหมู่บ้าน ซึ่งถึงแม้จะเดินไม่ไกล แต่ก็พูดได้ว่าไม่สะดวกนัก ดังนั้นครูบ้านนอกอาสารุ่นนี้โชคดีมากเพราะนอกจากจะได้มาสอนหนังสือให้เด็กๆ ด้วยแล้ว เราได้ช่วยกันสร้างห้องน้ำให้โรงเรียนด้วยค่ะ ได้เห็นพลังสามัคคี ไม่แยกหญิงแยกชายของครูอาสา ทีมงานรวมถึงชาวบ้านทุกคน ไม่ว่าจะเป็น งานขุด งานหาม งานโบก งานก่อ งานร่อน (ทราย) ใครถนัดงานไหนก็ตามสะดวก เหนื่อยนักก็นั่งพักฟังเพลง ตกเย็นก็ให้เด็กๆ นำทางพากันเดินเกี่ยวก้อยไปเล่นน้ำที่ลำห้วย เดินกันใกล้ๆ แค่ข้ามเขาไม่กี่ลูก!!! ตกดึกผิงไฟร้องรำเล่นเกมส์ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอนหนาวแสนหนาวแต่แสนจะอุ่นที่หัวใจ
"โรงเรียนมีครูหนึ่งคน
ครูผู้เสียสละตน
อดทนอยู่ห่างไกลความสบาย
...ใช่จะวอนให้เห็นใจ
ความสำนึกของเพื่อนไทย
ไทยกับไทยใยแตกต่างกัน..."
ร้องมาถึงท่อนนี้ ไม่เพียงแต่ฉัน ทว่าในใจของฉันรับรู้ได้ว่าครูอาสาทุกคนที่กำลังขับร้องเพลงนี้คงคิดเหมือนกัน
 
 เสียงกีตาร์เงียบไป ทว่าตัวเองได้ยินเสียงหัวใจเต้
นแรง ทุกคนมองสบตากัน ต่างรู้ดีว่าเพลงนี้ไม่ใช่ของพวกเรา หากแต่เป็นบทเพลงของครูกุ้งกับเด็กๆ บ้านจะโต๊ะ
จะมีสักกี่คนบนโลกที่จะยอมทิ้งความสุขสบายของตัวเองมาทำอะไรเพื่อคนอื่นๆ? !?! ถึงแม้ฉันและเพื่อนครูบ้านนอกท่านอื่นๆ จะถูกเรียกขานว่าเป็นคนที่มี "จิตอาสา" แต่ฉันเองก็คนหนึ่งล่ะ ที่คงยังไม่สามารถสละทุกอย่างไว้เบื้องหลัง แล้วมาฝังตัวเป็นครูดอยเต็มตัวได้เฉกเช่นครูกุ้ง หัวใจในการเป็นผู้ให้ของครูกุ้งมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะสรรค์หาถ้อยคำมาเปรียบเปรย
"โรงเรียนของหนูอยู่ไกล ไกล๊ ไกล
อยากให้ คุณคุณหันมอง
โรงเรียนของหนู. . ."
ฉันและครูอาสาทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเราจะร้องเพลงนี้ให้ครูกุ้งกับเด็กๆ ในวันกลับ ความมุ่งมั่นของพวกเราแม้จะเริ่มจากกลุ่มครูกลุ่มเล็กๆ ทว่าไม่เกินความตั้งใจ เราช่วยกันนั่งคัดบทเพลงท่ามกลางแสงเทียนเล่มเล็กๆ และแอบซ้อมกันอย่างลับๆ ตั้งใจเซอร์ไพร์ครูกุ้ง
 
 แล้วก็ถึงวันที่เราต้องอำลา ครูๆ เดินกอดเด็กๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา สามคืนสี่วัน ใครจะเชื่อว่าเราจะผูกพันกันได้
มากอย่างนี้ ก็ใครใช้ให็เด็กๆ ที่บ้านจะโต๊ะน่ารักใสซื่อขนาดนี้นะ
แล้วก้อถึงเวลาที่เราจะร่วมกันมอบของขวัญที่อาจไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกรักและนับถือให้แก่ครูกุ้ง
ไม่ทันจะพ้นท่อนแรก ครูผู้ชายหลายคนก็ต้องหยุดร้อง เพียงเพราะทนก้อนสะอึกที่วิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คอไม่ไหว ต่อให้คนที่เข้มแข็ง เฉกเช่นชายชาติทหารก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
น้ำตาทุกหยาดหยดในวันนั้นไม่ได้หลั่งเพราะความสงสาร ไม่ได้หลั่งเพราะเสียใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มชื่นชมและเชิดชูครูดอยผู้เสียสละตนเช่นครูกุ้ง รวมถึงน้ำตาแห่งความรักและผูกพันที่เรามีให้เด็กๆ บ้านจะโต๊ะทุกๆ คน...
บ้านจะโต๊ะ!!!!
เย่!!!!!
 
 
 รักและคิดถึง
ครูขวัญและเพื่อนครูบ้านนอก 132 กลุ่มคนที่ตั้งใจว่าจะไปเป็นผู้
ให้ แต่สุดท้ายได้กลับมาเต็มๆ
เครดิต เพลงโรงเรียนของหนู  ของคุณพงษ์สิทธิ์  คำภีร์



  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    URL :
หมายเลข : 
กรุณาใส่หมายเลขที่ให้มาในช่องนี้. 
คำถามพิสูจน์ Spam Bot : คุณเป็นคนประเทศอะไร
ตอบในช่องนี้. 



ความคิดเห็นที่ 1

อ่านแล้วน้ำตาซึม

โดย : Tukky
เมื่อ วันพฤหัส ที่ 3 มีนาคม 2554 เวลา 00:21:31 น. ip 115.87.209.34,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

ตั้งใจจะไปเป็็นผู้ให้ แต่กลับกลายได้เป็นผู้รับ ยังคงจดจำอยู่ในในเสมอ ขอบคุณมูลนิธิกระจกเงา ขอบคุครูจะเด็ด ที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาสสัมผัสกับรักแท้และมิตรภาพ ขอบคุณเพื่อนครูอาสาทุกคนที่ร่วมกันถักทอความฝัน ขอบคุณชาวบ้านจะโต๊ะทุกคนที่คอยดูแลอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ ลูกก็ไม่ใช่ หลานก็ไม่ใช่(ประโยคของครูตา) แต่ก็คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำพวกเราเป็นอย่างดี ขแบคุณจริงๆ พบกันใหม่ เมื่อชาติต้องการ...

โดย : ครูตู้   email : etatu@hotmail.com
เมื่อ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 09:31:47 AM น. ip 203.147.41.1,192.168.58.176
ลบ

ความคิดเห็นที่ 3

อ่านแล้วได้ความรู้สึกจริงๆค่ะ เป็นความรู้สึกที่ลืมไม่่ได้จริงๆ ขอบคุณนะค่ะ ครูขวัญ

โดย : ครูบิ๋ม
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 22:47:19 น. ip 124.120.229.53,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 4

ขอบคุณค่า ถ้าจะให้ดีตอนอ่านอย่าลืมเปิดเพลง ตรงท้ายเพจด้วยนะคะ ฟังกี่ทีก้อ หืม..คิดถึงบ้านจะโต๊ะ T T

โดย : ครูขวัญ
เมื่อ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 07:28:16 น. ip 49.229.188.81,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 5

นางฟ้ามีจริงครับ ...อยู่บนดอย

โดย : ครูหมู
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 22:42:30 น. ip 124.120.89.64,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 6

แค่อ่านก็น้ำตาซึมเลยแฮะ

โดย : เอสซึคุง
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 22:05:07 น. ip 58.9.223.9,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 7

ขณะอ่าน ร่วงไป 6 แหมะ ด้วยความสัตย์จริง

โดย : โอมเพี้ยง
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 10:22:56 PM น. ip 1.46.186.73,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 8

ขอบคุณครูขวัญที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านทุกคำพูดเป็นตัวอักษรอย่างน่าจับใจ ^^ ขอบคุณครูทุกคนที่ทำให้ผมรู้จักค่าของครู ค่าของคน ..... ขอเป็นกำลังใจให้มิตรสหายในการกระหายทำความดีต่อๆ ไปคัับ

โดย : ครูต้น
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 22:36:44 น. ip 110.169.77.34,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 9

ซึ้งมากจ๊ะครูขวัญ คารมใช้ได้นะเรา อ่านไปนึกภาพตามไปตลอดจนจบเลย ขอบคุณมิตรภาพดีๆ สำหรับรุ่น 132


โดย : ครูตา
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 21:48:59 น. ip 182.53.255.60,
ลบ

blog comments powered by Disqus