การเรียนรู้....

เมื่อมาถึงบ้านก็เห็นที่ห้องโถงมีเสื่อปู มีหมอนและผ้าห่มผืนเล็ก ๆ วางไว้ให้ นี่คงจะเป็นที่นอนของเรา เราจัดถุงนอนที่เตรียมมาออกวางไว้บริเวณที่นอน  ก่อนนอนทำอะไรกันดี..เราเอาสมุดออกมาเขียนบันทึก ข้างล่างได้ยินเสียงครูโอมเพี้ยงมาคุยกับผู้ใหญ่ ตูดากับพี่สาวเข้ามาคุยกับพวกเรา จึงหยิบหนังสือนิทานที่เตรียมมาออกอ่านและอธิบายคำศัพท์ยาก ๆ ให้ฟัง มีเด็กชายสิงโตนามสมมุติมาร่วมด้วย ดึกแล้วจึงพากันแยกย้ายเข้านอน อากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน เรานอนหลับ ๆ ตื่น ๆ โจก้านอนละเมอเสียงดัง แถมถีบครูน้อยอีกต่างหาก(ขอโทษนะครู เกรงใจจริงๆ ) แล้วค่ำคืนนั้นก็ผ่านไป

          เช้าแล้ว ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเราก็ตื่นขึ้นมารีบเข้าครัวทอดหมูเมื่อวานนี้ ส่วนโจก้าก็รีบลงใต้ถุนบ้านไปดูบ้านไก่ซึ่งมีไก่ฟักลูกเจี๊ยบอยู่ในนั้น พร้อมกับสนุกกับการเล่นไฟที่เขาจุดไว้ผิงแก้หนาวอยู่ข้างล่าง พ่อตูดาถามว่าจะตำน้ำพริกนกให้กินเอาไหม ไอ้เราก็คิดไปว่าเป็นน้ำพริกชนิดหนึ่งคงเหมือนเมื่อวานก็ตอบอย่างดีใจว่า กินค่ะ ก็เห็นพ่อเข้าครัวสับอะไรบางอย่าง พอเราเข้าไปในครัวสังเกตเห็นเศษเนื้อเล็กละเอียดอะไรบางอย่างอยู่บนเขียง นึกทบทวนคำว่า ตำน้ำพริกนก หรือว่าจะเป็นนกจริงๆ...นกที่พ่อวางอยู่บนฝ่ามือโชว์ให้โจก้าดูเมื่อเย็นวานตัวสีเหลืองอ่อนเย็นตาไร้ชีวิตคอพับปวกเปียกตัวยาวเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่...นกขุนทองซึ่งเราก็เคยเห็นตัวจริงเป็นครั้งแรก  คงต้องรอดูว่าน้ำพริกนกนี้จะเป็นอย่างไร วันนี้พี่สาวตูดาต้มมันภูเขา(หรือซะซึมะอิโมะที่ยามะจังเรียก) ให้เรากินด้วย มีลักษณะคล้ายมันฝรั่งหัวเล็กๆ กว้างประมาณ ๑ นิ้วยาวประมาณ ๓ นิ้วเปลือกสีน้ำตาลอ่อนใส มีรสหวาน หนึบ  ๆ นิดหน่อย อร่อยมาก ๆ ส่วนครูน้อยกับตูดาหายไปแล้วกลับมาพร้อมกับผลไม้สีแสดแดงมีรสเปรี้ยวปรี๊ดลูกรีๆ ยาวนิ้วเศษส่วนปลายเรียวเล็กคล้ายลูกลัคบี้ เขาเรียกว่า บ่าเลาะ กินแล้วรู้สึกสดชื่นแต่รู้สึกหนืด ๆ ที่ฟันนิดหน่อย กินแล้วติดใจจนตอนค่ำต้องไปเก็บมากินอีก เมื่ออาหารฝีมือพี่สาวตูดากับพ่อเสร็จแล้วเราก็ลงมือรับประทานอาหารเช้า หืม...ไหนล่ะน้ำพริกนก พ่อชี้ให้ดูนี่ไง...เป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับต้มไก่ เป็นน้ำสีเหลืองอมเขียวพ่อบอกว่าใส่ขมิ้นด้วย เราจึงถามพ่อว่านกที่ว่าน่ะคือนกขุนทองเมื่อวานใช่ไหม แม่นแล้วไม่ผิดเลยเศษเนื้อบนเขียงก็คือเจ้านกขุนทองตัวนั้นนั่นเอง แต่ขอบอกว่าพ่อทำรสชาติอร่อยลืมไม่ลงทีเดียวละ 

   

กินอาหารเสร็จแล้วเราก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบอกว่าน้ำไม่ได้อาบได้แต่แปรงฟันล้างหน้า เพราะนี่ก็ใกล้เวลา ๘ โมง ตามเวลานัดแล้ว เรารีบร้อนแต่งตัว เสร็จแล้วเราก็เดินไปตามทางลาดชันขึ้นบ้างลงบ้างเรียกว่าเหนื่อยกันพอสมควรแล้วก็ถึงโรงเรียน วันนี้เราเข้าไปพบปะชาวบ้านตามบ้านต่าง ๆ  เมื่อไปถึงบ้านของชาวบ้านเจ้าของบ้านก็เชื้อเชิญพวกเราขึ้นบนบ้านโดยแต่ละบ้านจะเตรียมเหล้าซึ่งหมักกันเองจากข้าวหรือข้าวกับข้าวโพด เป็นธรรมเนียมของที่นี่ที่แขกจะต้องดื่มเหล้าเป็นการให้เกียริติ์เจ้าของบ้าน เขาจะรินใส่แก้วเล็ก ๆ ส่งให้เรา ซึ่งตามธรรมเนียมแต่ละคนจะต้องดื่มจนหมด ๒แก้ว หรือถ้าไม่หมดอาจส่งให้คนอื่นดื่มและสุดท้ายต้องวนกลับมาที่คนที่ดื่มคนแรก รสชาติของเหล้าก็หวาน ๆ ขม ๆ มีกลิ่นหอม แตกต่างกันบ้างเหมือนกันบ้างในแต่ละบ้าน นอกจากเหล้าก็มีอาหารไว้ต้อนรับด้วย มีข้าวต้มซึ่งเป็นข้าวเหนียวใส่ถั่วลิสงไม่ใส่กะทิห่อด้วยใบก้อเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมแหลม ที่ห่อด้วยใบตองหน้าตาเหมือนข้าวต้มมัดบ้านเราก็มี รสชาติจืด ๆ มัน ๆ จากรสถั่วลิสง  และยังมีข้าวเหนียวหรือข้าวก่ำตำใหม่ ๆ นำมานึ่งจนสุกนิ่มเหนียว(น่าจะนึ่งนะ) สีม่วงเข้มใกล้ดำ ลักษณะคล้ายโมจิ รสออกเค็มๆ หวานๆ เล็กน้อย อร่อยไปอีกแบบ โจก้าชอบมาก บางบ้านก็มีสำรับกับข้าวด้วยหลายบ้านมีต้มไก่ซึ่งแต่ละบ้านปรุงรสชาติได้อร่อยมาก ๆ 

 รสชาติเกือบเหมือนกันอย่างกับออกมาจากหม้อเดียวกันแน่ะ มีบ้านหนึ่งเชือดไก่กันสด ๆ ด้วย โจก้าแอบมากระซิบว่าน่ากลัว บางบ้านก็มีผู้เฒ่าเตรียมด้ายสีขาวผูกข้อมือให้พรพวกเราด้วย  
เราเห็นที่ทอผ้าขนาดเล็ก ชาวบ้านจะทอผ้าทำเป็นเสื้อ กางเกง และกระเป๋า สีสันสดใสใช้กันเอง  เราได้ชิมรสชาติลูกบ้วยสด ๆ จากต้นในหมู่บ้านโดยมีเด็กน้อยปีนขึ้นไปปริดมาให้เรากิน รสชาติเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ แต่สดชื่นจับใจ กินแล้วอร่อยติดใจ ครูยามะจังบอกว่าพอลูกบ้วยเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงเก็บไปตากให้แห้งรสชาติจะอร่อยยิ่งขึ้นไม่ขม พวกเราสนุกสนานกับการเยี่ยมเยือนแต่ละบ้านจนหน้าตึงแดงระเรื่อและพุงกางโดยเฉพาะครูโอมเพี้ยงที่เข้าบ้านไหนก็นั่งหน้าเพื่อนทุกที ขึ้นบ้านนั้นลงบ้านนี้มีเหล้าและอาหารต้อนรับทุกบ้านแม้ยังไม่ครบทุกบ้านเพราะเวลาไม่พอ แต่มันก็ทำให้เราไม่หิวมื้อกลางวันวันนั้นเลยเชียวละ  

   
 

เมื่อใกล้เที่ยงเรากลับเข้าโรงเรียนเตรียมประชุมหารือเรื่องการสอนวันนี้และเตรียมกิจกรรมรอบกองไฟคืนนี้ เราทำการสอนช่วงบ่ายโดยครูแต่ละคนต่างมีอาการง่วงซึมเพราะฤทธิ์เหล้าหมักเองของชาวบ้าน วันนี้เราได้สอนฐานสิ่งแวดล้อมโดยมีครูโอมเพี้ยงช่วยจุดพลังส่งต่อให้ครูนุศ(เธออึดจริง ๆ ครูสาวท่านนี้) จากนั้นลงนอนพังพาบหมดฤทธิ์ ครูโจก้าขอเข้าไปแจมกับห้องอนุบาลรวมป.๑และป.๒ ก่อนกลับบ้านเด็ก ๆ และคุณครูก็ช่วยกันไปหาท่อนไม้แห้งก่อเป็นกองเตรียมจุดไฟคืนนี้  เมื่อเสร็จกิจที่บ้านเป็นเวลามืดแล้วเราก็กลับไปโรงเรียนพร้อมกับเด็ก ๆ และญาติ ๆ เพื่อเล่นรอบกองไฟร่วมกัน นอกจากเล่นเกมสนุก ๆ แล้วครูก็ร้องเพลงเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ ให้เด็กฟังโดยมีครูโก๋เป็นมือกีต้าร์ มีนักเรียนหญิงโต ๆ แสดงการรำแบบพื้นบ้านที่อ่อนช้อย แช่มช้าและงดงามประกอบเพลงอันไพเราะจังหวะช้า ๆ ที่บ่งบอกถึงความสงบเย็นของหมู่บ้านแห่งนี้ แม้เด็กจะไม่ได้แต่งตัวอะไรเป็นพิเศษเพียงสวมชุดพื้นบ้านกระโปรงติดกับเสื้อทรงตรงยาวถึงเข่าสีขาวเรียบๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นสาวบริสุทธิ์ ไม่ได้มีเครื่องดนตรีอะไรใหญ่โตเป็นเพียงเสียงเพลงที่เปิดจากเทป แต่ท่ารำอ่อนช้อยที่เคลื่อนไหวช้า ๆ เสียงเพลงจังหวะช้า ๆ นั่นก็งดงามประทับใจไม่รู้ลืม ตัวแทนครูได้กล่าวคำทราบซึ้งแสดงถึงความในใจอันงดงามของบรรดาครูบ้านนอกทั้งหลายแก่เด็ก(ไม่แน่ใจว่าเด็กจะเข้าใจได้ทั้งหมดเหมือนที่พวกเราอยากให้เขาเข้าใจหรือไม่) โดยเฉพาะคำของครูโอมเพี้ยงนั้นได้ใจเรา ครูทุกคนที่นี่ไม่มีใครได้รับเงินค่าจ้างให้มา เรามาด้วยความเต็มใจ...... เราเชื่อว่าในกิจกรรมคืนนี้มีครูบางคนน้ำตาซึมโดยเฉพาะครูจิ๋ว เมื่อสนุกสนานและทราบซึ้งกันตามสมควรแล้วเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เหมือนตอนมา บางคนถือไฟฉาย บางคนชินกับความมืดสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ มีแสงสลัว ๆ จากดวงจันทร์ที่ไม่เต็มดวง มีดวงดาวระยิบระยับสุกสว่างบนท้องฟ้างดงามนัก ระหว่างทางก็มีเด็กน้อยนามสมมุติว่าสิงโตคอยไปแอบอยู่มุมมืดข้างทางคอยโผล่ออกมาให้ครูตกใจโดยเฉพาะครูน้อยซึ่งโดนมุกนี้ตั้งแต่ขามาแล้ว พวกเราเดินคุยกันสนุกสนานจนลืมความเหนื่อยความเมื่อยจากการเดินทางไกล ๆ คนที่สนุกสนานเป็นพิเศษก็คือหนุ่มน้อยบ้านครูโอมเพี้ยงที่ดูเข้าขากัน กอดคอกันหัวเราะคิกคักกันไปตลอดทาง...........

 



  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    URL :
หมายเลข : 
กรุณาใส่หมายเลขที่ให้มาในช่องนี้. 
คำถามพิสูจน์ Spam Bot : คุณเป็นคนประเทศอะไร
ตอบในช่องนี้. 



ความคิดเห็นที่ 1

ขอพูดสั้น ๆ ว่าคิดถึง!

โดย : ครูหมิม   email : irinummantanon@gmail.com
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 21:41:14 น. ip 183.89.163.153,
ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

คิดถึงจังเลยครับครูหมิม

โดย : โอมเเพ้ยง
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2554 เวลา 21:42:21 น. ip 1.46.186.73,
ลบ

blog comments powered by Disqus