117   ล่องเรือไปเติมรัก

 

                เขียน ณ เมื่อต้องเขียน  นั่งทำอารมณ์อยู่นานกว่าจะคิดตัวอักษรออกมาได้  และแล้วมันก็เกิดมาเป็นตัวอักษรเรียงร้อยถ้อยคำออกมาเป็นเรื่องราวให้หลายคนได้รับรู้ 

            เสียงโทรศัพท์เริ่มดังถี่ขั้น  ถี่ขึ้น  เมื่อล้อเครื่องบินแตะพื้นดินเชียงราย   ผู้คนทยอยออกมาทางช่องบังคับเดิน   ครูบ้านนอกกลุ่มแรกทยอยเดินทางบินลัดฟ้าจากเมืองหลวง  สู่เมืองชายแดน  สูงสุดในสยามประเทศ  ไปไหนหนะเหรอ  “ บ้านนอก ”  ค่ะ   คืนนี้ใครมาถึงก่อนหาที่นอนกันไปก่อน  เก็บเกี่ยวบรรยากาศในเมืองเชียงรายให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะไปนอกเมืองกันแล้ว    เช้าวันใหม่   แต่อะไรหลายอย่างยังคงดำเนินไปเช่นเดิม  ไฟเขียวรถก็วิ่ง   ไฟแดงรถก็หยุด   ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง   แต่ที่ไม่เหมือนเดิมและแปลกไปคือ  ผู้มาเยือน  สำหรับครั้งแรกคงแปลกใหม่   คนมาครั้งที่ 2  เริ่มคุ้นชิน   คนมาครั้งที่ 3 4 5 คงชินได้อีก  เสียงป่าวประกาศเรียนจากนายสถานีก้องไปทั่ว  รถสายนี้จะเข้า  รถสายนั้นจะออก    วุ่นวายดีเหมือนกัน      

รถ 6 ล้อเทียบท่า  ว่าที่ครูบ้านนอกรุ่น 117  ทยอยขึ้นรถ   แปลกอีกหละสิ   รถแบบนี้ไม่เคยขึ้นกันหละสิ    คงเคยชินแต่รถเมล์หละสิท่า   ห้ามโหนนะค่ะ  เดี่ยวคนจะเข้าใจผิด 

                รถเคลื่อนตัวจากขนส่งเชียงรายแห่งใหม่   ไปจุดหมายที่อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายเพื่อรับคณะครูที่เขาบินลัดฟ้ามา  อีก 5 – 6  ชีวิต  ที่กำลังรออยู่   ก่อนไปนมัสการผู้ก่อสร้างเมือง  และเคลื่อนตัวจากจุดนั้นมาถึงที่หมายแรกคือ มูลนิธิกระจกเงา  เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพื้นที่ก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่สอง  คือ ท่าเรือบ้านผาใต้  

                   สายน้ำที่เชี่ยวและสาดกระเซ็นยามกระทบโขดหิน   เรือลำน้อยทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารจากเมืองไกลข้ามฟากไปยังจุดหมายสุดท้ายคือบ้านจะคือ   ระหว่างเดินทางล้อคลื่นผจญภัยบนผืนน้ำ    หลากหลายอารมณ์เริ่มผุด  ก็นั้นหละนะใครบ้างหละจะไม่มีจินตนาการ     ขนาดเราไปไหนใกล้ ๆยังจินตนาการไปก่อนเลย  แล้วนี้กลุ่มครูบ้านนอกที่มาเยือนยังไม่เคยสัมผัสพื้นที่จริงแบบนี้เลยด้วยซ้ำ  คงจินตนาการไปไกลโข

                เรือจอดเทียบท่า   ยกพลขึ้นฝั่ง  แบกขนหละครับงานนี้   ทั้งว่าที่ครูบ้านนอกทั้งนักเรียนตัวน้อยช่วยกัน  ไหนจะสัมภาระอันหนักอึ้ง   ไหนจะกระสอบข้าวสาร  ไหนจะบรรดาอาหารประเภทผัก    ไหนจะฟักทองที่อยากจะอาบน้ำเลยกลิ้งลงแม่น้ำกกซะ    หนักครับงานนี้  ฟันธง   แต่ด้วยความร่วมใจทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี   ถึงที่หมายโดยการอ่อนกำลัง   วังชา  ใช่ไหม  ครูเอก  แก่แล้วก็งี้หละเนอะ

                เด็ก ๆ มารวมพลกันอีกครั้ง  รับรองได้เลยไม่ใช่ม็อบเด็ก  แต่เขามารอครูคนใหม่เขาต่างหาก    เด็กน้อยจูงมือว่าที่ครูเข้าบ้าน AF หลังจากผ่านการพิจารณาจากกรรมการเด็กเจ้าของบ้านให้เข้าพักบ้านตนเองได้    เสร็จสรรพเจอที่หลับที่นอน   ครูทยอยเอากะละมังมาใส่อาหาร   เสียงแว่วมาว่า   ครูมาด  บ้านครูหนะเล็กไปค่ะ  กะละมัง  ที่ครูถือมาหนะค่ะ   จะใส่หมดไหมค่ะ   ฟักทองลูกเดียวก็เต็มที่แล้วค่ะ  ไหนจะไข่ผู้บอบบางที่ครูทุกรุ่นรักษาเท่าชีวิต  ไหนจะถุงยังชีพที่เต็มไปด้วยเครื่องปรุง   ไหนจะผักสำหรับครูที่จะต้องทนฝืน   ไหนจะข้าวสารที่เมื่อหุงมันจะกลายเป็นข้าวดิบ  ข้าวแฉะ  เพราะฝีมือครู   โอ้ย....มันเล็กจริง ๆ  ครูมาด 

           

ถึงเวลาเข้ามา AF ว่าที่ครูบ้านนอกทั้งหลายกระจัดกระจายแทบยึดหมู่บ้าน   บ้านใครบ้านท่าน ลงมือทำอาหารมื้อแรก  รสชาติ  และหน้าตาของอาหาร  มันดูแปลกตา  แปลกลิ้นสำหรับเจ้าของบ้านน่าดู   เสร็จสรรพ  หนังท้องตึงหนังตาหย่อน   ก็ถึงเวลารวมพล  ประชุมสรุปงาน  บอกกล่าวเล่าขานประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งวัน        เช้าแล้ว ตื้น ๆ   หุงหาอาหาร  ออกกำลังกายกัน  วันนี้วันอาทิตย์จิตแจ่มใส   เล่นกีฬาทั้งวัน   แต่เดี๋ยวก่อน  นักเรียนในชุดยูนิฟอร์มพื้นบ้าน  (ชุดธรรมดานั้นหละ)  กางเกงขาสั้นบ้าง ขายาวบ้าง  ผู้หญิงก็ใส่ผ้าถุงบ้าง  รีบเร่งสะพายถุงย่ามมาโรงเรียนวันอาทิตย์    เข้าแถวเคารพธงชาติ  เสียงเพลงชาติกึกก้อง    “ ประเทศไทย  รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย”
หลังร้องเพลงชาติ ออกกำลังกาย  ช่วงเช้าผ่านไปแบบเหนื่อย ๆ   เอ้า....กินข้าวเที่ยงดีกว่า  มื้อนี้ “ผัดซีอิ้ว” แต่ด้วยรสชดฝีมือการปรุงจากเชพมือโปรทำให้อาหารหมดแบบเชพมือระวิง   เลยต้องพึ่งมาม่า  ที่ ครูแนท พกติดรถมา  เพื่อเอามามอบให้กับทางโรงเรียนพร้อมกองทุนอาหารกลางวันอีกหลายตำลึง  งานนี้เด็ก ๆ เลยท้องตึง  แก้มปริ  ช่วงบ่ายออกกำลังกายอีกรอบ  เหนื่อยกว่าเดิมอีกคราวนี้   เพราะครูแก่แล้วเด็ก ๆ เอ๋ย.......เย็นแล้วกลับบ้านเราเถอะ     คืนนี้เสียงหัวเราะสนั่นหมู่บ้าน  บรรยากาศดีฝนไม่ตก  เล่นสันทนาการ   เด็กหนอเด็กไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

                เช้านี้ที่หนู หนู  เรียกเราว่า  “ครู”    ความภูมิใจมันก่อตัวโดยไม่ต้องบรรยาย  ปลื้มกับคำที่เด็ก ๆ เรียก  ครูโน้น ครูนี่ ครูนั้น  ครูอย่างนั้น  ครูอย่างนี้          

   สอนหละค่ะวันนี้   วิญญาณครูเข้าร่าง  ต่อมการทำงานเริ่มกระตุก   สอนทั้งวันค่ะวันนี้  ตั้งแต่อนุบาล – ม.3   เด็กดีใจ  ครูแก้มปริ  สุขล้นกันทั่วหน้า    คืนนี้มีเต้น “ จะคึเว ”  ครูบ้านนอกแต่งกายชุดประจำเผ่าพร้อมเพรียง   ส่วนเด็กและชาวบ้านก็ไม่น้อยหน้าแต่งชุดประจำเผ่าอวดโฉมกันเต็มที่   ผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาเต็มพื้นที่สนามหน้าโรงเรียน  ยังกับมีงานใหญ่  ก็ใช่หนะสิ  เด็ก ๆ และชาวบ้านเขาภูมิใจที่ครูเขาสวย   หล่อ    ติดครูแจแทบแกะไม่ออก   กว่าจะเสร็จงานนี้ถ้าเก็บค่าผ่านประตูคงได้โข

                เสียงร้องเริ่มกึกก้อง  หลังเข้าแถวเคารพธงชาติ  เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ต้องจากกัน   ก็ใช่สิเนอะคนเคยอยู่   เคยเล่น  เคยกิน  เคยนอน  จากกันไม่ให้เสียใจได้ไง  แม้ว่ามันจะสั้นก็เหอะ   แต่ความผูกพันมันห้ามกันได้ที่ไหน   เด็ก ๆ ช่วยครูขนสัมภาระลงเรือ  

                เรือแล่นไกลออกจากฝั่ง   ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเรื่องราวไว้ตรงนั้น  เพื่อว่าวันหนึ่งจะกลับมาเขียนเรื่องราวเหล่านี้ต่อ   แต่จะนานแค่ไหนไม่มีใครรู้   ไม่มีคำตอบ  แต่ที่รู้คือ เด็ก ๆ และชาวบ้านยังคอย  คอยผู้มาเยือนที่เขาเรียนว่า “ครู”

 

               

 write by ..ครูแอน


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    URL :
หมายเลข : 
กรุณาใส่หมายเลขที่ให้มาในช่องนี้. 
คำถามพิสูจน์ Spam Bot : พิมพ์คำว่า 'รัก' สิ่
ตอบในช่องนี้. 



ความคิดเห็นที่ 1

ฮ่า ๆ รูปสุดท้านคนซ้ายมือ ลูกชายเราเอง อิอิ

คิดถึงเด็ก ๆ และคุณครูทุกคนค่ะ


โดย : ครูวาย   email : pokochung2002@hotmail.com
เมื่อ วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2552 เวลา 05:29:42 PM น. ip 202.28.179.4,10.6.220.79
ลบ