ครั้งที่ 2 จากไทยสู่สปป.ลาว ความประทับใจยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนกับครั้งแรก แต่การเดินทางครั้งแรกกับครั้งที่สองจะแตกต่างกัน ครูบ้านนอกที่มาร่วมค่ายก็ใหม่ๆรุ่นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ ครูบ้านนอกทุกคนเป็นคนหนุ่มสาวที่มีพลังจิตอาสาอย่างล้นเปี่ยมพร้อมที่จะแบ่งปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข ร่วมเรียนรู้ซึ่งกันและกันกับเด็กๆในโรงเรียนห้วยทราย 

วันแรกกับการเดินทางออกนอกประเทศไทยสู่ประเทศลาว ครั้งแรกของครูบ้านนอกหลายๆคนที่ใช่บริการสะพานเชื่อมมิตรภาพไทยลาวแห่งใหม่ พอไปถึงด่านมีครูบ้านนอกท่านหนึ่งลืมพาสปอร์ต ซึ่งพาสปอร์ตได้ข้ามไปฝั่งลาวเรียบร้อยแล้วแต่เจ้าขอยังอยู่ที่ไทย แบบนี้แหละคนแก่ๆ ขี้หลงขี้ลืม ครูบ้านนอกหนึ่งท่านเป็นคนไต้หวัน คนนี้ก็ตรวจพาสปอร์ตอยู่นานเหมือนกัน  ยังมีน้องมหิดลอีกคนที่ตรวจพาสปอร์ตนานมากๆถึงขั้นต้องไล่คนที่ต่อแถวให้ไปเข้าแถวอื่น ตรวจพาสปอร์ตเสร็จทุกคนก็มายื่นรอรถเพื่อจะข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวต่อไป ในตอนแรกตกลงกันว่าจะเดินข้ามสะพานเพื่อชมวิวข้างทาง แต่ว่ากฎของด่านคือต้องนั่งรถ ที่บริการเท่านั้น

ภาพแรกกับโรงเรียนบ้านห้วยทรายถือว่าเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ สภาพแวดล้อมเป็นชุมชนเมืองการสัญจรดี มีถนนลาดยางอยู่ไม่ห่างจากด่านที่เปิดใหม่เท่าไหร่หนัก วันแรกของคณะครูบ้านนอกฉันคิดว่าหลายๆคนมีความคาดหวัง ตื่นเต้นกับครูบ้านนอกรุ่นนี้พอสมควร เด็กๆในโรงเรียนจะน่ารักมาก สนใจกิจกรรม สนใจการเรียน ที่ทางครูบ้านนอกได้บอกไป ในการจัดกิจกรรมฐานต่างๆ นักเรียนบ้างคนก็บอกกับครูบ้านนอกว่าจะนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมาไปต่อยอดใช้กับที่บ้านซึ่งเป็นสิ่งที่ครูบ้านนอกทุกคน ปลาบปลื้มเป็นที่สุด

บรรยากาศวันสุดท้ายถือว่าเป็นวันที่ต้องจากลากัน ถือได้ว่าทั้งครูบ้านนอกและเด็กๆจะต้องเศร้าอย่างแน่นอน แต่อย่างไรงานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา กิจกรรมอำลาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูบ้านนอกกับเด็กๆ พอถึงเวลาที่จะต้องลากันจริงๆเห็นน้ำตาเด็กๆ ก็เศร้าใจเหมือนกัน น้ำตาตัวเองก็จะไหลเหมือนกัน เป็นบรรยากาศที่ประทับใจ สี่วันที่ได้อยู่ในโรงเรียนห้วยทราย ถือเป็นประสบการณ์อีกประสบการณ์หนึ่งได้มาร่วมแบ่งปันความสุขกับเด็กๆ มอบรอยยิ้มให้แก่กันและกันระหว่างเด็กนักเรียนและครูบ้านนอก รวมถึงครูบ้านนอกด้วยกันเอง