มูลนิธิกระจกเงา
The Mirror Foundation
วิสัยทัศน์ต่อสังคม-- "เราอยากเห็นสังคมมีส่วนร่วม
มีสติและใช้ปัญญาในการป้องกันแก้ไขปัญหา
และพัฒนาสังคม เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและมีความสุข"
วิสัยทัศน์ต่อองค์กร--"เราอยากเห็นกระจกเงาเป็นสถาบันบ่มเพาะนักกิจกรรม
ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคมเพื่อพัฒนาสังคม"
วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
1. เพื่อส่งเสริมอุดมคติคนหนุ่มสาว ให้เป็นคนมีจิตใจอาสาสมัครในการรับใช้สังคม
2. เพื่อทำการศึกษา วิจัย และพัฒนา นวัตกรรมทางสังคม
3. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่น มีการรวมกลุ่มในการพัฒนาและแก้/ขปัญหาของชุมชนด้วยตนเองได้อย่างเข้มแข็ง
4. เพื่อส่งเสริมสังคม ชุมชน มีสุขภาวะที่ดี
5. เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาสังคม
6. เพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
7. เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
8. เพื่อสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
9. เพื่อส่งเสริมการดำรงอยู่ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
10. เพื่อส่งเสริมและสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง
11. เพื่อดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ
เพื่อสาธารณประโยชน์
12. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
จากศรัทธาในคุณค่าของความดีงาม ซึ่งถูกผลักดันภายใต้ความคิดฝันของวัยหนุ่มสาว
เป็นพลังที่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสังคมสู่เส้นทางที่ถูกต้องมูลนิธิกระจกเงา
เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน โดยเริ่มดำเนินกิจกรรมด้านสังคม ตั้งแต่ปลายปี 2534
โดยมีแนวคิดในการใช้สื่อและจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสังคม ได้แก่ การใช้กระบวนการละครและการจัดกิจกรรมค่ายเด็กและเยาวชน
"...เราเป็นกลุ่มคนที่มีหัวใจอาสาสมัคร หัวใจของคนหนุ่มสาว
ที่อยากเห็นสังคมที่งดงาม เราแสวงหาความหมาย การมีชีวิตอย่างมีคุณค่า
เราเชื่อว่าการทำงานเพื่อสังคม ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นการทำงานบนโลกแห่งความเป็นจริง
ขอเพียงเรากล้าคิด และลงมือปฏิบัติ... สิ่งที่เราทำ เราทำงานอยู่ในภาคเมืองและชนบท
เราปรากฏตัวเป็นเงาของปัญหาสังคม เราเป็นกระจกเงา สะท้อนเรื่องราวของความเป็นจริง
ที่คนบางกลุ่มอาจมองไม่เห็น เราขออาสาสะท้อนเรื่องราวเหล่านั้น..."
สมบัติ บุญงามอนงค์
ประธานมูลนิธิ
16 พ.ค. 48
ก้าวแรก: กรุงเทพมหานคร
The Bangkok คือ ชุมชนอิเลคทรอนิค ที่ดำเนินการโดย กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา
สังกัดมูลนิธิโกมลคีมทอง ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่สนอกสนใจเรื่องราวของสื่อในประเทศไทยเรามุ่งหวังว่า
The Bangkok จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของภาคประชาชน ที่จะ ตะโกนร้อง กระซิบ
หรือ บ่น แม้ว่าอะไรบางอย่างอาจไม่เปลี่ยนแปลง แต่คงลดความเสี่ยงจากเส้นเลือด
ในสมองแตกตายได้
The Bangkok เป็นเวทีสำหรับพูดคุยเรื่องหลากหลายของคนทุกวัย
ในแบบที่ ใครอยากคุยก็คุยไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ประสบการณ์ของคนทำละครข้างถนน
สอนให้เรารู้ว่า ถ้าเขาไม่สนใจสิ่งที่เรากำลังแสดงอยู่ การที่เขาเดินจากไปเป็นการกระทำที่ถูกต้องอย่างยิ่ง
ก้าวที่ตามมา: สำนักงานจังหวัดเชียงราย
106 หมู่ 1 บ้านห้วยขม ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
เราทำงานมาก ประสบการณ์เรามากขึ้น แนวคิดเปลี่ยน เราผันตัวเองจากการเป็นนักแสดงละครข้างถนนมาทำงานกับชุมชนอันห่างไกล
ชุมชนชาวเขาในจังหวัดเชียงราย The Bangkok ก็แปรเปลี่ยนมาเป็น Bannok.COM
เพื่อความสอดคล้อง และ เหมาะสม
บ้านนอก.คอม
ยังคงเป็นเวทีพูดคุยในเรื่องที่หลากหลายของคนทุกเพศ ทุกวัย ปัจจุบัน เว็บบ้านนอก.คอม
ทำหน้าที่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับ "มูลนิธิกระจกเงา"
ปัจจุบัน มูลนิธิกระจกเงา ได้ดำเนินโครงการด้านการพัฒนาชุมชนในเขตพื้นที่
ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ประกอบด้วยชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ
ได้แก่ เผ่าอาข่า ลาหู่ ปกากะญอ และเมี่ยน
และไม่กี่ปีนี่เอง ที่กระแสของการเปลี่ยนแปลงได้กลืนกินวัฒนธรรมของชนเผ่าเหล่านี้
จนแทบจะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ละชุมชนต่างเผชิญหน้ากับสภาพปัญหาและความอ่อนแอของตน
จารีตดั่งเดิมที่เคยใช้ในการจัดการชุมชน ถูกเหมารวมเป็นความล้าหลัง โดยไม่ได้ผ่านการวิเคราะห์
สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือ เด็ก
การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของเด็ก
จึงเป็นยุทธศาสตร์ในการทำงานของกลุ่ม เพราะ เด็กคือความหวัง และศรัทธาของวันพรุ่งนี้
และนี่คืองาน
โครงการชุมชนไม่ติดยา(ปิดโครงการ) เพื่อสร้างครอบครัวและชุมชมที่เข้มแข็ง
เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเด็กและชุมชน โดยได้ทำเข้าไปทำงานกับคณะกรรมการชุมชน
ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. สถานีอนามัย สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่ยาว เพื่อวิเคราะห์และกระตุ้นใช้ชุมชนมีมาตรการในการแก้ปัญหายาเสพติด
โครงการเด็กดอยสัญชาติไทย
เพื่อคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของเด็กที่จะมีสัญชาติตามถิ่นประเทศที่ตนเองเกิด
โดยได้รวบรวมข้อมูลในพื้นที่ และ ประสานงานกับทางอำเภอเพื่อดำเนินการในการลงรายการสัญชาติให้กับเด็กเหล่านี้
ประกอบกับมีการประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลระดับนโยบาย เพื่อผลักดันระเบียบ
และนโยบายรัฐเพื่อให้สิทธิพื้นฐานด้านสัญชาติกับเด็ก
โครงการมีกิน(ปิดโครงการ)
เป็นโครงการส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตร โดยเริ่มจากกิจกรรมปลูกผักสวนครัวในบริเวณบ้าน
ข้างทางเดิน หรือเลี้ยงไก่ เป็ด หมู เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารรอบตัว แทนที่จะต้องไปซื้อจากตลาดทั้งหมด
โครงการร้านอีบ้านนอก
เป็นโครงการส่งเสริมงานฝีมือพวกการปักเย็บลายผ้าชนเผ่า
เป็นถุงย่าม เสื้อ สร้อยคอ ซึ่งเป็นทักษะที่ชาวเขามีอยู่แล้ว โดยลักษณะของการส่งเสริมอาชีพจะแตกต่างกันไปในแต่ละหมู่บ้านแต่จะสอดรับกันแบบครบวงจร
และรวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่นนกหวีดดินหรือเสียงดิน โครงการนี้เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด
หรือเลิกยาเสพติดแล้ว เพื่อเป็นการเสริมอาชีพและจัดตั้งกลุ่มผู้หญิงเข้มแข็ง
โครงการครูบ้านนอก
เป็นการระดมทรัพยากรบุคคลจากภายนอก ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และสัมผัสวิถีชีวิตของเด็กในชนบท
โดยจะเปิดรับสมัครบุคคลที่สนใจรุ่นละ 20 คน โดยจะจัดให้มีทุกเดือน ซึ่งเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งทั้งในเชิงปริมาณผู้สนใจ
และสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชน
โครงการชมรมเด็ก เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบธรรมชาติ
โดยเน้นหลักเด็กมีส่วนร่วม และเรียนรู้จากปัจจัยแวดล้อมภายในชุมชน เป็นการผสมผสานเพื่อการพัฒนาเด็กในด้านต่าง
ๆ โดยแปลงกิจกรรมการเรียนรู้เป็นการเล่น การเที่ยว การกิน การคุย และการทำกิจกรรมร่วมกัน
โครงการการป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานเด็กและหญิง เพื่อการค้าบริการ
เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและสร้างความรู้ความเข้าใจให้ชุมชนเท่าทันต่อสถานการณ์
และปัญหาอันอาจเกิดขึ้น เกี่ยวกับการถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกละเมิดจากการออกไปทำงานของกลุ่มเด็กและหญิง
โครงการการท่องเที่ยวชนเผ่า
เป็นโครงการเพื่อการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวทางเลือก ที่มุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนเข้าใจและเคารพต่อวิถีวัฒนธรรมที่แตกต่าง
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เป็นแหล่งรายได้เสริมให้กับชุมชน และปลูกศรัทธาต่อวิถีวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่สืบไป
โครงการเครือข่ายเยาวชนตำบลแม่ยาว ทุกพื้นที่งอกงามด้วยคนหนุ่มสาว
เพื่อแปรพลังและศักยภาพของคนรุ่นใหม่สู่แนวทางที่สร้างสรรค์ โครงการนี้จึงเกิดขิ้น
เพราะพวกเขาจะเป็นพลังและความหวังของชุมชน โดยกิจกรรมของโครงการจะมุ่งเน้นการบ่มเพาะความคิดและการกระทำสู่การเป็นผู้นำชุมชนในอนาคต
โครงการบ้านนอกทีวี
สถานีโทรทัศน์ชุมชนที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างมิติใหม่ของการสื่อสารภาคชนบท โดยการจัดทำสถานีโทรทัศน์ต้นแบบ
ผ่านการผลิตด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิตอลที่ ถูก ง่าย และชุมชนมีส่วนร่วม
โครงการอาสาสมัครบ้านนอก
คือโดรงการที่เสมือนเป็นประตูเปิดสำหรับคนที่มีใจอาสา รักที่จะทำงานด้านพัฒนา
เป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อการระดมทั้งคนและทุนเพื่อสนับสนุนคนในการทำงานอาสาเหล่านี้
โครงการกองทุนเสื้อผ้ามือสอง
เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ด้วยการบริจาคเสื้อผ้าที่ใช้แล้วมาให้กับโครงการ
และเสื้อผ้าเหล่านี้จะถูกจำหน่ายในราคาถูกให้กับชุมชน รายได้จากการจำหน่ายจะจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับคนเฒ่าคนแก่และผู้ยากไร้
และรวมถึงกิจกรรมของกลุ่มเยาวชนในชุมชนต่อไป
โครงการกองทุนเด็กดอย
โครงการที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ด้วยการต่อเติมทุนของชีวิต
ทั้งด้านการศึกษาและอาชีพให้กับเด็ก ๆ โดยผ่านการระดมทุนทาง internet
โครงการนักศึกษาฝึกงานบ้านนอก
ประตู่สู่การเรียนรู้ภาคปฏิบัติบนดอยอีกหนึ่งบทเรียน ของห้องเรียนทางสังคมแห่งนี้
ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างๆที่สนใจอยากจะพัฒนาทักษะ
และฝึกตน โดยการนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ในพื้นที่ชนบท
โครงการพิพิธภัณฑ์ชาวเขาออนไลน์
การนำเสนอเรื่องราวของชนเผ่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมประเพณี ผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ต
ร่วมรายงานความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา 6 เผ่า ได้แก่
ม้ง เมี่ยน ปกากะญอ ลาหู่ ลีซู และอาข่า โดยการเล่าเรื่องราวจากเยาวชนชนเผ่าด้วยกันเอง
และร่วมมือกับชาวบ้าน ในการจัดสร้างซุ้มดินศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าบ้านจะแล เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความงามแห่งวัฒนธรรมแด่ผู้ผ่านทาง
โครงการ pre schools เป็นโครงการที่มีเป้าหมายทำงานกับ พื้นที่ไม่มีโรงเรียนของภาครัฐเข้าไปถึง ปัจจุปันทำที่ อ ฝาง จ.เชียงใหม่
โครงการ Right To Know(ปิดโครงการ) ได้รับการสนับสนุนจากองค์การ ยูนิเซฟ
และ เอดส์เน็ท ในการรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในชุมชนเขตพื้นที่สูง
ผ่านทางกระบวนการละคร และนิทรรศการสัญจร ดำเนินการโดยกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน
ก้าวที่เติบใหญ่: สำนักงานกรุงเทพฯ (http://www.mirror.or.th/)
มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานกรุงเทพ41 อาคารเลิศปัญญา ชั้น 9
ห้อง 907 ซอยเลิศปัญญา ถนนศรีอยุธยา 12 แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400โทรศัพท์ 02-642-7991-2 โทรสาร 02-642-7991 ต่อ 18 Emai : webmaster@mirror.or.th
เมื่อเราเติบโตขึ้น แนวร่วมในการทำงานของเรามีมากขึ้น ประกอบกับปัญหาการหายไปของเด็กจากภาคชนบททำให้เราตองก้าวเข้าสู่ภาคเมืองอีกครั้ง
เพื่อติดตามเด็กๆ เหล่านี้ด้วยโครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
และการทำงานในภาคเมืองอื่นๆ จึงเกิดขึ้นตามมา ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งกิ่งก้านสาขาในการทำงานเพื่อสังคม
และนี่คือโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการ
โครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
เป็นศูนย์ที่รับแจ้งเหตุคนหาย ในการเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือติดตามคนหาย
ในด้านการประสานงานรวมทั้งกระจายข้อมูลผ่านทางกลไกอินเตอร์เน็ต ทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์
และกลไกทางด้านจดหมายข่าวทางสื่ออิเลคทรอนิกส์ ในระบบ Maillinglist ที่อยู่ในระบบฐานข้อมูล
และอีกทางหนึ่งก็คือ การส่งข้อมูลในรูปแบบจดหมายข่าวไปสู่สื่อมวลชนทุกแขนง
ทั้งทางด้านสื่อทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และองค์กรต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน
ในการติดตามคนหาย และยังเป็นกระบอกข่าวให้กับสังคม ในการแจเงภัยเตือนเหตุแก่สังคม
ในรูปแบบต่างๆ
โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสาธารณสุขและสังคม
เป็นอีกหนึ่งโครงการของเรา ภายใต้แนวคิด การพัฒนาองค์กรด้วย ICT
หรือการใช้ ICT เข้ามาส่งเสริมบทบาทงานสังคม ซึ่งนอกจากการสร้างวัฒนธรรม
ICT ให้เกิดขึ้นในองค์กรแล้ว องค์กรนั้นๆ จะสามารถใช้ ICT ในการจับงานพัฒนาได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
เป็นที่มาของโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสาธารณสุขและสังคม
(THAIICT)
โครงการยุติธุรกิจขอทาน
เป็นโครงการเพื่อยุติกระบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งออกมาในรูปแบบธุรกิจขอทาน ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของสังคม
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนารายการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก
เยาวชนและการครอบครัว
ในปัจจุบันเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า โทรทัศน์ เป็นสื่อที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก
เยาวชนและครอบครัวมากกว่าสื่อชนิดอื่น แต่ในขณะนี้พบว่า สัดส่วนของเนื้อหาของรายการโทรทัศน์ที่ส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก
เยาวชนและครอบครัวนั้นอยู่ในระดับน้อยมากเมื่อเทียบกับรายการโทรทัศน์ที่มีอยู่ในสังคมไทย
โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อให้คนในสังคมไทยได้รับสื่อเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง
โครงการอื่นๆ เพิ่มเติม อ่านได้ที่นี้
ก้าวที่ตามมา: สำนักงานจังหวัดพังงา
เขาหลักเนเจอร์รีสอร์ท 26/10 หมู่ที่ 7 ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า
จังหวัดพังงา
หลังจากเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดทำฐานข้อมูลคนหายและผู้ประสบภัยครั้งนี้
ต่อมาเราพบว่าสึนามิทำให้มีผู้คนจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ
ประสงค์จะมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นได้อย่างไร?
ควรจะไปที่ไหน? และมีอะไรให้ทำได้บ้าง? มูลนิธิกระจกเงาจึงได้จัดตั้งศูนย์อาสาสมัครสึนามิขึ้น
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมกัน
ศูนย์อาสาสมัครสึนามิเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับอาสาสมัคร
เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น อาสาสมัครแต่ละท่านจะได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความสามารถ
เพื่อเรียนรู้ปัญหาในพื้นที่ และร่วมกันทำงานโดยเน้นที่การฟื้นฟูสภาพชุมชนในระยะยาว
ก้าวที่เดินต่อ: มูลนิํํธิกระจกเงา สนง.ระนอง
25 ถนนชลระอุ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง 8500
Tel. 077-825086 ,086-420-4796 ,086-913-8933 Fax. 077-82508 6
งานที่ทำ
ทำงานกับกลุ่มคนไร้สัญชาติในพื้นที่ประสบภัยแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
1. กลุ่มชาวเลซึ่งเป็นกลุ่มชนชาติพันธ์ทางใต้ของประเทศไทย
ชาวเลในประเทศไทยมี 3 กลุ่มย่อย คือ มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย ชาวเลทั้ง 3 กลุ่มจะอาศัยตามเกาะต่างๆ และชายฝั่งแถบทะเลอันดามัน ในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล โดยวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์เหล่านี้มีวิถีชีวิตที่ต้องเร่ร่อนทำมาหากินกระจายอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ดังกล่าว ทำให้ไม่ได้รับความสนใจและดูแลจากฝ่ายรัฐในการให้ความช่วยเหลือและดำเนินการทางทะเบียนราษฎร สุดท้ายกลุ่มชาติพันธ์เหล่านี้จึงตกอยู่ในสภาพคนไร้สัญชาติอยู่จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้นในหลายสิบปีที่ผ่านมาจะมีชาวเลบางกลุ่มอย่างเช่นอูรักลาโว้ยและมอแกลนบางส่วนที่ได้ปรับเปลี่ยนวิถีตนเองจากการร่อนเร่ตามหมู่เกาะต่าง ๆ เข้ามาอยู่อาศัยถาวรบนพื้นแผ่นดินใหญ่จนในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรภาคใต้เล็งเห็นความลำบากและความจำเป็นของการมีสัญชาติของพสกนิกรกลุ่มนี้จึงมีพระดำริในการแก้ไขปัญหาและพระราชทานชื่อเรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่าไทยใหม่ แต่ในช่วงเวลานั้นเองก็ยังมีอีกหลายคนยังคงตกหล่นจากการได้สัญชาติในครั้งนั้น และโดยเฉพาะในกลุ่มที่เลือกจะมีวิถีแบบดั้งเดิมอย่างเช่นมอแกน คือยังชีพด้วยการร่อนเร่ทำมาหากินตามหมู่เกาะต่าง ๆ จึงทำให้บุคคลกลุ่มหลังนี้ไม่ได้รับสัญชาติ และจากการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัย พบว่ามีกลุ่มชาติพันธ์ชาวเลไร้สัญชาติประมาณ 1,000 คน
2. กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น
คือกลุ่มคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นดินแดนดั้งเดิมของประเทศไทยมาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งจากประวัติศาสตร์พบว่าเมืองไทยเรามีการเสียดินแดนอยู่หลายครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคสมัยของการล่าอาณานิคมโดยประเทศมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศโดยรอบประเทศไทยล้วนตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตกทั้งสิ้น ถัดมาในสมัยรัชกาลที่ 8 ทางชายแดนด้านตะวันตกที่ติดกับประเทศพม่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการแบ่งปันเขตแดนกันใหม่ระหว่างไทยกับอังกฤษผู้ยึดครองประเทศพม่า ซึ่งการจัดทำพรมแดนในครั้งนี้ ด้วยความเสียเปรียบด้านการแผนที่และการเมืองทำให้เขตแดนใหม่ล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทย ทำให้ไทยต้องเสียเมืองทวายและมะริดให้กับพม่า ส่งผลให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ต้องตกไปเป็นคนพม่าโดยปริยาย และด้วยเหตุผลในหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความรุนแรงที่มีอยู่ในพม่า ปัญหาการกดขี่ ปัญหาด้านสุขภาพ หรืออื่น ๆ แต่ที่สำคัญคือด้วยความเป็นและความเชื่อในความเป็นคนเชื้อชาติไทยที่มีวิถีและวัฒนธรรมแบบไทยในตัวตนของเขา ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีความพยายามที่จะเดินทางกลับเข้ามาในไทย จากการจัดทำทะเบียนประวัติครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2520 ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของชาติ พบว่ามีคนไทยพลัดถิ่นจำนวนถึง 47,735 คน เฉพาะในจังหวัดระนองมีถึง 4,000 คน แต่ที่ทางราชการสามารถออกบัตรประจำตัวผู้พลัดถิ่นหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้อยู่ในประเทศไทยได้มีเพียง 1,400 คนเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วชาวบ้านบอกว่ามีอยู่ไม่น้อยกว่าหมื่นคน ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มคนในรุ่นใหม่ที่เกิดในประเทศไทยแต่ต่างต้องตกเป็นคนไร้สัญชาติเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ได้รับการจัดการน้อยมากจากรัฐบาลไทย ทั้ง ๆ ที่เป็นคนเชื้อชาติไทยเอง
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลนิธิกระจกเงา
|